เมื่อ : 21 พ.ย. 2565 , 55 Views


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยสื่อออนไลน์ชื่อดังสหรัฐฯ ทำการสำรวจร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดในสหรัฐฯ พบมีมากถึง 35 ร้าน ชี้ปัจจัยหนุนมาจากอาหารไทยมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ รสชาติจัดจ้าน 
มีสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เผยเป็นโอกาสที่จะช่วยเพิ่มยอดส่งออกอาหาร เครื่องปรุงรส และเครื่องดื่มจากไทยได้เพิ่มขึ้น ทูตพาณิชย์ชิคาโกแนะอาหารอนาคต มีโอกาสสูง  

 

 

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มอบหมายให้กรมฯ ทำการสำรวจลู่ทางการส่งออกให้กับสินค้าไทยไปยังประเทศต่าง ๆ ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสุปรารถนา กมลเวชช ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก สหรัฐฯ ถึงโอกาสในการขยายการส่งออกสินค้าอาหารไทยเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ได้เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่บริษัท 24/7 Wall Street Limited Liability Companiesผู้ประกอบการกิจการสื่อออนไลน์ขนาดใหญ่ชื่อดัง ดำเนินกิจการ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในสหรัฐฯ และในหลายทวีปทั่วโลก และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่รัฐเดลาแวร์ ได้ทำการสำรวจและทำการรวบรวมข้อมูลร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ และจัดทำเป็นรายงานพิเศษเรื่อง ร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดในสหรัฐฯ (The Best Thai Restaurant in america) โดยปรากฎว่ามีร้านอาหารไทยที่ได้รับการจัดอันดับในรายงานดังกล่าวทั้งสิ้น 35 ร้านทั่วสหรัฐฯ
สำหรับ 35 ร้านดังกล่าว แบ่งเป็นร้านอาหารไทยในรัฐแคลิฟอร์เนียจำนวน 10 ร้าน รัฐนิวยอร์ก จำนวน 10 ร้าน รัฐอิลลินอย์ส จำนวน 3 ร้าน กรุงวอชิงตันดีซี จำนวน 3 ร้าน รัฐออริกอนจำนวน 2 ร้าน รัฐแมสซาชูเซ็ตต์จำนวน 2 ร้าน รัฐมิสซูรีจำนวน 1 ร้าน รัฐโคโลราโดจำนวน 1 ร้าน รัฐแมริแลนด์จำนวน 1 ร้าน รัฐเนวาดา จำนวน 
1 ร้าน และรัฐเท็กซัส จำนวน 1 ร้าน ตามลำดับ
         
โดยปัจจัยที่ทำให้อาหารไทยเป็นที่นิยมและเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้บริโภคชาวอเมริกัน ส่วนหนึ่งมาจากเอกลักษณ์รสชาติของอาหารไทยที่มีความสมดุล กลมกล่อม มีการผสมผสานกันระหว่างรสเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ดได้อย่างลงตัว อีกทั้งโดยพื้นฐานของอาหารไทย ยังมีสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งสามารถ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพได้เป็นอย่างดี และร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ ยังได้พัฒนาเมนูอาหารที่หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น มีหลายรายนำเสนออาหารท้องถิ่นตามภูมิภาคต่าง ๆ รสชาติจัดจ้าน เช่น ส้มตำปลาร้า ลาบ น้ำตก ข้าวซอย น้ำพริกอ่อง และแกงไตปลา 
ซึ่งเป็นที่สนใจแก่กลุ่มชาวอเมริกันที่นิยม รับประทานอาหารไทยแนวสตรีทฟู้ด ซึ่งมีจำนวนมากขึ้น

 

“ปัจจุบันร้านอาหารไทยกระจายตัวอยู่ในสหรัฐฯ กว่า 5000 แห่ง และยิ่งมีข่าวผลสำเร็จร้านอาหารไทยที่ดีที่สุด ยิ่งทำให้ร้านอาหารไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น จึงเป็นโอกาสและช่องทางในการกระจายสินค้าวัตถุดิบอาหารที่สำคัญของไทย ทั้งข้าวหอมมะลิ เส้นก๋วยเตี๋ยว ซอสปรุงรส เครื่องแกง ชาไทย และกาแฟไทย เป็นต้น ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากตัวเลขการส่งออกสินค้ากลุ่มสินค้าอาหารไปสหรัฐฯ ในช่วง 9 เดือนของปี 2565 (ม.ค.-ก.ย.) 
มีมูลค่า 3092.96 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.65% และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก”นายภูสิตกล่าว


นางสุปรารถนา กมลเวชช ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก สหรัฐฯ กล่าวว่า ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ไทยซีเล็ค (Thai Select) ในเขตพื้นที่ดูแลของสำนักงานชิคาโก ทั้งสิ้น 125 ร้าน ในจำนวนดังกล่าวติดอันดับร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดจากการจัดอันดับในครั้งนี้ ทั้งสิ้น 4 ร้าน ได้แก่ ร้านอาหารอร่อยไทย (Aroi Thai) นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ร้านอาหารอรุณไทย (Arun’s Thai Restaurant)


นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ร้านอาหารชาวบ้าน (Chao Baan)  เมืองเซ็นหลุสต์ รัฐมิสซูรี และร้านอาหารสติ๊กกี้ไรซ์ (Sticky Rice) นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ จึงเป็นโอกาสในการดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์อาหารไทยอีกช่องทางหนึ่งเพื่อให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคชาวอเมริกันมากขึ้น โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์  ซึ่งเป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

 

นอกจากนี้ ยังพบว่า ในปัจจุบันผู้บริโภคชาวอเมริกันคำนึงถึงปัจจัยด้านอรรถประโยชน์ต่อสุขภาพนอกเหนือจากปัจจัยด้านรสชาติอาหาร โดยอาหารไทยมีความได้เปรียบอาหารชาติอื่นค่อนข้างมาก ผู้บริโภคชาวอเมริกันในตลาดมีการรับรู้ว่าอาหาร ไทยเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพเนื่องจากวัตถุดิบการปรุงอาหารอุดมไปด้วยผักและสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงน่าจะเป็นโอกาสในการดำเนินกิจกรรมร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ให้บริการร้านอาหารไทยในการประชาสัมพันธ์สินค้า อาหารแห่งอนาคตของไทย เช่น อาหารโปรตีนจากพืช ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกทั้งผู้ประกอบการไทยหลายรายมี ศักยภาพในการผลิตและส่งออกสินค้าอาหารโปรตีนจากพืชที่น่าสนใจหลายรายการ อาทิ เบคอนจากพืช แฮมจากพืช และ อาหารทะเลจากพืช เป็นต้น

 

 สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายด่วนการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169