เมื่อ : 12 ส.ค. 2566 , 507 Views

ดีพร้อม ติดอาวุธคาราคุริ (Karakuri) เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติต้นทุนต่ำให้ชุมชน โชว์อัพสกิลโมเดลชุมชนดีพร้อมให้โตไว คาดสร้างมูลค่าทาง ศก. กว่า 6 ลบ./ปี

 

จ.เพชรบูรณ์ 11 สิงหาคม 2566 - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม เดินหน้าเสริมแกร่ง
ให้กับกลุ่มเครือข่ายภายใต้ชุมชนดีพร้อม ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบอัตโนมัติต้นทุนต่ำ 
(Low Cost Automation : Karakuri Kaizen) มุ่งเน้นยกระดับให้ผู้ประกอบการโตไว (Speed) อย่างรวดเร็วด้วยการสร้างมาตรฐาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และความคิดสร้างสรรค์ในการทำธุรกิจให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมโชว์โมเดลชุมชนดีพร้อม “กลุ่มเพชรปุระ” อัพสกิลศักยภาพกระบวนการย้อมสีเส้นใยธรรมชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หวังสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 6 ล้านบาท/ปี 

 

 

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม ได้ให้ความสำคัญการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบ เพราะเป็นหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ดังนั้น จึงหาแนวทางเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมโต โตได้ โตไว โตไกล 
โตให้ยั่งยืน” 

 

 

และหนึ่งในนั้น คือ โตไว (Speed) ที่มุ่งช่วยให้ผู้ประกอบการเติบโตได้อย่างรวดเร็วด้วยการสร้างมาตรฐาน เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และนำความคิดสร้างสรรค์มาดำเนินธุรกิจให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตลอดจนการต่อยอดธุรกิจอุตสาหกรรมด้วยการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับชุมชน หรือเครือข่ายในพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และชุมชนเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน 

 

 

ตลอดจนต่อยอดการดำเนินการให้ธุรกิจอุตสาหกรรมเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับชุมชน หรือเครือข่ายในพื้นที่ให้มากขึ้นผ่านกิจกรรมเสริมแกร่งเครือข่ายชุมชนดีพร้อมด้านเทคโนโลยีการย้อมสีเส้นใยธรรมชาติ ภายใต้แนวคิดโมเดลชุมชนดีพร้อมที่มุ่งยกระดับกระบวนการผลิตการย้อมสีเส้นใยธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบอัตโนมัติต้นทุนต่ำ (Low Cost Automation : Karakuri Kaizen)

 

 

นายใบน้อย กล่าวต่อว่า กิจกรรมดังกล่าว มีจุดเริ่มต้นมาจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน
วิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมจากดีพร้อม ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ากี่กระตุกบ้านวังร่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีโอกาสชมการสาธิตและทดลองการย้อมสีเส้นใยธรรมชาติด้วยวิธีภูมิปัญญาของชาวบ้าน คือ ใช้ห่วงย้อมและจุ่มลงในถังคล้ายหม้อก๋วยเตี๋ยว 

 

 

โดยน้ำหนักของเส้นใยเมื่อจุ่มลงในน้ำย้อมจะมีน้ำหนักมาก ซึ่งกระบวนการจะต้องจุ่ม ยก พลิกอยู่ตลอดเวลา อีกทั้ง ถังย้อมยังมีขนาดเล็ก ทำให้ไม่สามารถย้อมได้ครั้งละมาก ๆ จึงต้องย้อมหลายครั้ง ดีพร้อมเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงเกิดแนวคิดที่จะส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนในด้านการพัฒนากระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและช่วยทุ่นแรงในการย้อมของกลุ่มชาวบ้าน 

 

 

เนื่องจากส่วนมากเป็นกลุ่มผู้หญิงและค่อนข้างมีอายุ โดยมอบหมายให้หน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของดีพร้อมบูรณาการและความร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 (DIPROM Center 2 : DC2) ที่ให้การส่งเสริมด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เข้ามาช่วยพัฒนาคุณภาพการย้อมและการทอ 

 

 

และกองพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เข้ามายกระดับกระบวนการผลิตการย้อมสีเส้นใยธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบอัตโนมัติต้นทุนต่ำ (Low Cost Automation : Karakuri Kaizen) โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ระบบย้อมสีเส้นใยธรรมชาติอัตโนมัติ
ต้นทุนต่ำ เพื่อลดของเสียจากกระบวนการย้อม เพิ่มกำลังการผลิตให้สูงขึ้น ลดการใช้แรงงาน 

 

 

รวมทั้งลดอันตรายและการบาดเจ็บจากการทำงานแบบดั้งเดิมให้กับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ากี่กระตุกบ้านวังร่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเครือข่ายภายใต้ชุมชนดีพร้อม “เพชรปุระ” ที่เกิดจากการรวมกลุ่มผู้ประกอบการผ้าอัตลักษณ์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 7 วิสาหกิจชุมชน เพื่ออนุรักษ์สืบสานต่อยอดและเพิ่มมูลค่าผ้าในจังหวัดเพชรบูรณ์ 

 

 

นายใบน้อย กล่าวเพิ่มเติมว่า Karakuri Kaizen เป็นกลไกอย่างง่ายโดยการใช้พลังงานหลักจากธรรมชาติ หรือกลไกพื้นฐานมาทำให้เกิดการเคลื่อนไหวต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ ซึ่งระบบย้อมสีเส้นใยธรรมชาติอัตโนมัติต้นทุนต่ำได้ประยุกต์ใช้กลไกพื้นฐาน 3 อย่าง ได้แก่ 

1. พื้นเอียง สำหรับถ่ายเทน้ำย้อมออกจากอ่างย้อมสี 
2. การหมุนส่งถ่ายกำลัง สำหรับทดความเร็วรอบและการได้เปรียบเชิงกล เพื่อทุ่นแรงในการย้อมสี และ 3. การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ สำหรับปรับความสูงต่ำและความตึงของเส้นใยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม 

 

 

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มเติมกลไกการควบคุมอุณหภูมิของน้ำสีย้อมเส้นใยด้วยระบบเซ็นเซอร์พร้อมการแจ้งเตือนด้วยสัญญาณไฟและเสียงอัตโนมัติ โดยดีพร้อมจะมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และการสาธิตการใช้งานระบบย้อมสีเส้นใยธรรมชาติอัตโนมัติต้นทุนต่ำ ร่วมกับการฝึกอบรมเทคโนโลยีการย้อมสีให้กับสมาชิกของกลุ่มเครือข่ายเพชรปุระอีกด้วย

 

 

ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตได้ถึง 4 เท่า หรือคิดเป็นมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 6 ล้านบาท/ปี ทั้งนี้ การเสริมแกร่งให้กับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ากี่กระตุกบ้านวังร่อง หรือเครือข่ายภายใต้ชุมชนดีพร้อม ถือเป็นการเตรียมความพร้อมการยกระดับสู่ “ผู้นำชุมชนดีพร้อม” และนักธุรกิจเพื่อสังคม 

 

 

 

 

 

รวมถึงการยกระดับสู่การเป็นผู้นำทางธุรกิจ เพื่อต่อยอดและสร้างฮีโร่ทางธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและขยายวงจรโมเดลชุมชนดีพร้อมไปทั่วประเทศ นายใบน้อย กล่าวทิ้งท้าย